วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568

อยากขายรถยนต์ติดไฟแนนซ์? ทำได้แน่นอน! แต่จะขายยังไงให้ได้ราคาดี ไม่มีปัญหาตามมา?

อยากขายรถยนต์ติดไฟแนนซ์? ทำได้แน่นอน! แต่จะขายยังไงให้ได้ราคาดี ไม่มีปัญหาตามมา?

 สวัสดีค่าทุกคนนน! วันนี้เราจะมาคุยเรื่องที่หลายคนอาจจะกำลังสงสัยกันอยู่ นั่นก็คือ “การขายรถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด” หรือที่เรียกกันว่า “รถติดไฟแนนซ์” นั่นเองค่ะ หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยุ่งยาก ซับซ้อน และทำไม่ได้จริง ๆ แต่ต้องบอกเลยว่า จริง ๆ แล้วมันมีวิธีที่ทำได้แน่นอนค่ะ

เราเข้าใจเลยว่าบางครั้งชีวิตก็มีเหตุให้เราต้องตัดสินใจอะไรหลาย ๆ อย่าง เช่น อยากจะเปลี่ยนรถใหม่ หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน แต่พอเหลือบไปมองรถที่ยังผ่อนไม่หมด ก็รู้สึกหนักใจขึ้นมาทันทีใช่ไหมคะ? เราเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และให้ความรู้แบบจัดเต็ม เพื่อให้ทุกคนที่กำลังเจอปัญหานี้สามารถขายรถได้แบบสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนหลอก หรือมีปัญหาตามมาในภายหลังค่ะ

ขายรถติดไฟแนนซ์ทำได้จริงหรอ? แล้วต้องทำยังไง?

คำตอบคือ ทำได้แน่นอนค่ะ!

การขายรถยนต์ที่ติดไฟแนนซ์เนี่ย ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายเลยค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน เพราะการที่เรายังผ่อนไม่หมด หมายความว่ากรรมสิทธิ์ของรถยนต์ยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์อยู่ ถ้าเราเอาไปขายต่อแบบไม่แจ้งไฟแนนซ์ อาจจะมีปัญหายุ่งยากตามมาได้ค่ะ

หลัก ๆ แล้วการขายรถติดไฟแนนซ์มีอยู่ 2 วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดค่ะ

1. “โปะ” หนี้ที่เหลือทั้งหมดก่อน แล้วค่อยขาย

วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ คือการที่เราเอาเงินสดก้อนหนึ่งไปจ่ายปิดหนี้ที่เหลือทั้งหมดกับบริษัทไฟแนนซ์ก่อน พอปิดหนี้เสร็จแล้ว ไฟแนนซ์ก็จะโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์มาให้เรา เราก็สามารถนำเล่มทะเบียนไปขายต่อให้คนอื่นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเลยค่ะ

  • ข้อดี: ง่าย ปลอดภัย ไร้กังวล คนซื้อก็สบายใจ เพราะได้รถที่โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว
  • ข้อเสีย: ต้องมีเงินก้อนใหญ่พอสมควรสำหรับโปะหนี้ก่อน ถึงจะขายรถได้

2. ขายให้ผู้ซื้อรายใหม่ แล้วให้ผู้ซื้อรายใหม่ไป “โปะ” หนี้กับไฟแนนซ์โดยตรง

วิธีนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่มีเงินก้อนสำหรับไปโปะหนี้ก่อนค่ะ เราจะเจรจาตกลงกับผู้ซื้อให้เรียบร้อยก่อนว่าจะขายในราคาเท่าไหร่ แล้วนัดวันไปทำเรื่องที่บริษัทไฟแนนซ์ด้วยกัน

  • ขั้นตอนง่าย ๆ:
    • ไปที่บริษัทไฟแนนซ์ที่เราผ่อนอยู่ด้วยกัน
    • คำนวณยอดหนี้คงเหลือที่ต้องจ่ายปิด
    • ผู้ซื้อจ่ายเงินให้เราในส่วนที่เกินจากยอดหนี้ (ยอดขาย – ยอดหนี้คงเหลือ = เงินที่เราจะได้รับ)
    • ผู้ซื้อจ่ายยอดหนี้คงเหลือให้กับบริษัทไฟแนนซ์โดยตรง
    • ไฟแนนซ์โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อได้เลย
  • ข้อดี: ไม่ต้องใช้เงินก้อนในการโปะหนี้ก่อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการขายรถเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด
  • ข้อเสีย: ต้องหาผู้ซื้อที่เข้าใจและยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ และต้องใช้เวลาในการดำเนินการที่บริษัทไฟแนนซ์

ถ้าใครมีคำถามว่า “แล้วถ้าไม่มีคนซื้อล่ะ จะทำยังไง?” หรือ “อยากขายเร็ว ๆ ได้ไหม?” ก็ต้องบอกว่า ปัจจุบันมีตัวช่วยเยอะมาก ๆ ค่ะ อย่างบริษัทรับซื้อรถยนต์ที่มีบริการรับซื้อรถยนต์ที่ติดไฟแนนซ์โดยเฉพาะเลยค่ะ พวกเขามีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ และจัดการเรื่องเอกสารให้เราได้ทั้งหมด ทำให้การขายรถเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้นเยอะเลย

เตรียมตัวให้พร้อม! ขายรถติดไฟแนนซ์แบบมือโปร

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การขายรถของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ราคาดีค่ะ มาดูกันว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง

1. เอกสารสำคัญ ต้องครบถ้วน

  • เล่มทะเบียนรถ (เล่มเขียว)
  • สัญญาเช่าซื้อจากบริษัทไฟแนนซ์
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเรา
  • เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

2. ตรวจสอบยอดหนี้คงเหลือ

โทรศัพท์สอบถามบริษัทไฟแนนซ์ของเราเลยค่ะ ว่ามียอดหนี้คงเหลือเท่าไหร่ และถ้าจะปิดยอด จะมีส่วนลดดอกเบี้ยให้ไหม ยิ่งเราปิดเร็วเท่าไหร่ ส่วนลดดอกเบี้ยก็จะยิ่งเยอะขึ้นค่ะ

3. ประเมินราคารถให้เหมาะสม

ราคารถของเราควรจะเป็นราคาที่สมเหตุสมผลค่ะ เราสามารถเช็กราคากลางในท้องตลาดจากเว็บไซต์ขายรถยนต์มือสอง หรือสอบถามจากเต็นท์รถหรือบริษัทรับซื้อรถยนต์เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นธรรมและขายง่ายขึ้นค่ะ

4. จัดการสภาพรถให้พร้อมขาย

การล้างรถ ทำความสะอาดภายใน และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับรถของเราได้มากเลยค่ะ ลองคิดดูสิคะ ถ้าเราจะซื้อรถสักคัน ก็คงอยากได้รถที่สภาพดี ๆ สะอาด ๆ ใช่ไหมล่ะคะ?

5. หาผู้ซื้อที่ไว้ใจได้

ถ้าเราขายเอง ก็ต้องระมัดระวังเรื่องการทำสัญญาและการชำระเงินให้ดี แต่ถ้าเราไม่มีเวลาหรือไม่มั่นใจ การเลือกใช้บริการจากบริษัท รับซื้อรถยนต์ ที่น่าเชื่อถือก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะจัดการเรื่องเอกสารและโอนเงินให้เราอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

รู้หรือไม่? การรีไฟแนนซ์ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจนะ

นอกเหนือจากการขายรถแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมีปัญหาเรื่องการผ่อนรถ นั่นก็คือ “การรีไฟแนนซ์” หรือ “การขอสินเชื่อรถแลกเงิน” ค่ะ

บางครั้งเราอาจจะไม่ได้อยากขายรถ แต่มีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน การรีไฟแนนซ์ก็เป็นทางออกที่ช่วยให้เราได้เงินสดก้อนหนึ่งไปใช้ โดยที่เรายังสามารถใช้รถคันเดิมได้ต่อไปเลยค่ะ

รีไฟแนนซ์คืออะไร?

ก็คือการที่เรานำรถยนต์ที่เราผ่อนอยู่ ไปขอสินเชื่อใหม่กับบริษัทไฟแนนซ์อีกครั้งนั่นเองค่ะ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ยอดหนี้คงเหลือเป็นหลักในการพิจารณาอนุมัติวงเงินใหม่

  • ข้อดีของการรีไฟแนนซ์:
    • ได้เงินสดก้อนหนึ่งไปใช้จ่าย
    • ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง
    • ได้ระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้น ทำให้เรามีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น

แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าการรีไฟแนนซ์ก็มีข้อจำกัดนะคะ เช่น รถของเราต้องมีสภาพดี และยอดหนี้คงเหลือต้องไม่สูงจนเกินไปค่ะ

อยากจะขายรถยนต์ แต่ไม่อยากปวดหัว…ทำยังไงดี?

ถ้าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า “โอ๊ย…ยุ่งยากจังเลย” หรือ “ไม่มีเวลามาจัดการเรื่องเอกสารเลย” ก็ต้องบอกเลยว่า ปัจจุบันมีตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้การขายรถเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

อย่างเช่น การใช้บริการจากบริษัทรับซื้อรถยนต์ มืออาชีพ พวกเขาจะจัดการเรื่องตั้งแต่การประเมินราคา การทำเอกสาร และการปิดยอดหนี้กับไฟแนนซ์ให้เราทั้งหมดเลยค่ะ หน้าที่เราก็แค่เตรียมเอกสารให้พร้อม และนัดวันไปทำเรื่องเท่านั้นเอง

ข้อดีของการขายรถกับบริษัทรับซื้อรถยนต์มืออาชีพ:

  • รวดเร็วทันใจ: ไม่ต้องรอหาคนซื้อนาน ๆ
  • ปลอดภัย: มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
  • สะดวกสบาย: ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องเอกสาร เพราะเขาจัดการให้ทั้งหมด
  • ได้ราคาดี: บริษัทมืออาชีพจะประเมินราคาจากสภาพรถจริง และให้ราคาที่เป็นธรรม

ดังนั้น ถ้าใครที่อยากจะขายรถยนต์ที่ติดไฟแนนซ์ แต่ไม่อยากปวดหัว การใช้บริการจากบริษัทรับซื้อรถยนต์ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

สุดท้ายนี้ เราอยากจะบอกว่าการขายรถยนต์ที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้วค่ะ ขอแค่เราทำความเข้าใจในขั้นตอนและเตรียมตัวให้พร้อม การขายรถก็จะเป็นเรื่องง่ายและได้ราคาดีอย่างแน่นอนค่ะ! ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ก็มาคุยกันได้เสมอนะคะ ยินดีตอบทุกคำถามเลยค่า!